ทริปนี้ได้มีโอกาสเข้าไปในทุ่งใหญ่นเรศวรเพื่อไปจัดงานวันเด็กให้กับน้องๆกระเหรี่ยงในนั้น และ ติดตามไปดู
ความคืบหน้าการสร้างโรงเรียนในหมู่บ้านเปิงสนุกของพี่ๆเว็บ thaiextreme.net ครับ โดยการชักชวนของ
รุ่นพี่คนนึงที่ชื่อพี่ "ปู่" ซึ่งเป็นคนแวดวงรถกระบะ 4X4WD มาหลายสิบปี โดยกิจกรรมในงานครั้งนี้จะมีการ
ฉายหนัง, ทำอาหาร, ตัดผม, ให้ของเล่น, แจกเสื้อหนาว-ผ้าห่ม ให้แก่เด็กๆที่นั่นซึ่งน้องๆที่นั่นไม่ค่อยมีโอกาส
ได้รับในวันเด็ก


การเดินทางเข้าในนั้นจำเป็นต้องใช้รถที่มีความพร้อมอย่างมากครับ โดยระยะทางจากปากทางเข้าแถวสังขละบุรี
ถึงจุดหมายที่แรกมีระยะทางประมาณ 40กิโลฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9ชม. นับว่าโหดมากสำหรับผมครับ


เราไปกันทั้งหมดประมาณ 10คันโดยแบ่งๆสัมภาระกันไปครับ


เส้นทางที่เข้าไปจะต้องผ่านหมู่บ้านกระเหรี่ยงหลายหมู่บ้านครับ ซึ่งแต่ละชื่อหมู่บ้านไม่คุ้นหูทั้งนั้นเย เท่าที่ผมนึกออกก็จะมี
สะเนพ่อง - เกาะสะเดิ่ง - ทิไล่ป้า - เปิงสนุก - พุจือ - จะแก


เส้นทางนี้จากสะเนพ่อง จนถึงเกาะเสะเดิ่ง จะต้องขับรถตัดลงห้วยทั้งหมด 18 ครั้งแบบในภาพที่เห็น ซึ่งถ้าเป็นรถเก๋งซีดาน

ทั่วไปก็หมดสิทธิ์ครับ ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝนนี่เลิกพูดเลยดีกว่าถ้าไม่ใช่ 4X4WD แบบ full option


ขับไปได้ประมาณ 4ชม. ก็มาถึงหมู่บ้านทิไล่ป้า ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผมรู้สึกว่ามีวิวที่สวยมากๆเลยครับ
บรรยากาศที่นั่นดูอบอุ่นเป็นกันเองดี เราแวะหม่ำมื้อเที่ยงกันที่นี่


สภาพป่าส่วนใหญ่ในทุ่งใหญ่ฯจะเป็นป่าไผ่ โดยสภาพถนนก็เป็นแบบในภาพที่เห็นครับ


จุดหมายที่แรกที่ไปถึงคือบ้านเปิงสนุก ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนพม่าครับ โดยเราไปถึงประมาณทุ่มเศษๆ
คืนนั้นมีการฉายหนังกางแปลงให้ดู เด็กๆ และผู้ใหญ่ทั้งฝั่งไทย และฝั่งพม่าต่างแห่มาดูกันเพียบเลยครับ


จุดกางเต๊นท์ของพวกเราคือพื้นที่ ตชด. ซึ่งจะมีลานจอด ฮ. อยู่บนเนินอย่างในภาพครับ


วิวตอนเช้าบนลานจอด ฮ.


แอบถ่ายมาโครแถวนั้นมานิดหน่อยครับ




ตื่นเช้ามาก็มีการเตรียมอาหารมื้อเช้าเลี้ยง มีน้องๆมาเข้าคิวรอกันเพียบ พอเลี้ยงอาหารเสร็จก็แจกของเล่นกันต่อ ตามด้วยเสื้อกันหนาว
แล้วก็แจกผ้าห่มให้กับผู้ใหญ่ด้วยครับ








ช้างเผือกลางป่าดงพงไพร






เสร็จภารกิจก็เก็บข้าวของเดินทางต่อเพื่อไปอีกหมู่บ้านนึงที่ชื่อ "จะแก" ระหว่างทางมีจอดแวะตรวจดูความคืบหน้า
ในพื้นที่ที่จะมีการสร้างโรงเรียนให้กับน้องที่บ้านเปิงสนุก เพราะหมู่บ้านนี้ไม่มีโรงเรียน
ส่วนโรงเรียนที่อยู่ใกล้สุดก็อยู่ห่างออกไปหลายกิโลฯ ทำให้เวลาน้องๆจะไปเรียนต้องเดินทางลำบากมาก


จากนั้นก็แวะไปกราบพระที่วัดจะคุซึ่งอยู่ที่บ้านพุจือ แล้วเดินทางต่อ


เมื่อพาหนะ off road ในอดีต และปัจจุบันมาพบกัน


สภาพทางแบบนี้มักเกิดปัญหาขึ้นได้เสมอ


ถึงหมู่บ้านจะแก ประมาณบ่าย 2 ซึ่งเราจะจัดงานวันเด็ก และค้างคืนกันที่วัดวาชูคุ


เจ้าของคันนี้เคยขับไปถึงลาซาเมืองหลวงของทิเบตมาแล้วครับ


หมู่บ้านนี้มีเด็กๆเยอะมากๆ อาจเป็นเพราะประปากับไฟฟ้าเข้ามาไม่ถึง ตกดึกทีวีก็ไม่มีให้ดู อากาศก็หนาว
ประชากรเด็กจึงเยอะตามสภาพการณ์ เห่อๆๆ...


มาครั้งนี้มีพี่คนนึงหนีบช่างตัดผมมาด้วย 2 คนเพื่อมาตัดผมให้น้องๆโดยเฉพาะครับ


ตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว หล่อเลย...แต่ทำไมทำหน้าเซ็งๆแบบนั้นหว่า...




แววตาใสบริสุทธิ์กันทั้งนั้น


อันนี้ด้านหน้า โชว์หน้าใส


อันนี้ด้านหลัง โชว์ตูดหมึก








พอทีมที่อยู่ในโรงครัวเตรียมของเสร็จก็เริ่มเลี้ยงอาหารน้องๆ มื้อนี้คือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู


เข้าคิวกันเป็นระเบียบดีมาก


อร่อยใหญ่เลยนะ


ส่วนใต้ถุนศาลาวัดก็การเปิดวีดีโอกิจกรรมของเมื่อปีที่แล้วให้น้องๆดูควบคู่กันไปด้วย


ช่วงค่ำมีเซอร์ไพรส์ครับ ชาวบ้านเค้ามีการแสดงเต้นรำร้องเพลงท้องถิ่นมาให้พวกเราได้ดูกัน ขอบอกว่าเพลงเพราะมากๆ
ทำเอาผมน้ำตาซึมเลยต้องเดินหลบออกไปก่อน กลัวคนอื่นหาว่าบ้าแค่ฟังเพลงทำไมน้ำตาร่วง
แต่มาทีหลังว่าน้ำตาซึมกันไปหลายคนทีเดียว พอตกดึกก็ฉายหนังให้น้องๆดูกันต่อ แล้วก็มีอาหารรอบดึกตบท้ายให้ด้วย
ปิดเครื่องปั่นไฟกันตอนเที่ยงคืนเป๊ะ


เช้าวันที่2 นั้นช่วง 7โมงอากาศหนาวมากครับอยู่ที่ 8องศา แต่มีพี่คนนึงบอกว่าตอนเช้ามืดอุณหภูมิอยู่ที่ 4องศา


ประมาณ 8-9โมง น้องๆก็แห่กันมาที่วัด เพราะรู้ว่าเช้านี้จะมีการแจกของเล่น และเสื้อผ้าให้กับพวกเค้า








เด็กเล็กได้ก่อน เด็กโตได้ทีหลัง แล้วค่อยถึงคิวผู้ใหญ่


น้องคนนี้ไม่รู้เป็นอะไรเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียวครับ




ได้ของเล